การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ

เราตรวจสุขภาพร่างกายประจำปีเพื่ออะไร

ร่างกายของเราจะแข็งแรงหรือไม่ขี้นอยู่กับเราเป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น ดังนั้นหากจะเปรียบร่างกายของมนุษย์ก็อุปมาได้กับรถยนต์คันหนึ่ง การดูแลรักษาสุขภาพของร่างกายคงไม่ต่างจากการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้เท่าไรนัก การใช้รถยนต์ต้องมีการบำรุงรักษา ต้องมีการตรวจสอบเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด ต้องใช้น้ำมันหล่อลื่น ขนาดของยาง น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย ตามที่ผู้ผลิตกำหนด จะต่างกันตรงที่รถยนต์ไม่ได้ใช้งานตลอดเวลามีช่วงเวลาพักและหากชิ้นส่วนใดชำรุดก็สามารถหาอะไหล่มาเปลี่ยนเพื่อให้ใช้งานได้ดังเดิม แต่ร่างกายมนุษย์ต้องใช้งานตลอดเวลาและหาอวัยวะมาเปลี่ยนได้ยาก ดังนั้นการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ในระยะที่ยังรักษาได้ การออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร และการทำจิตใจให้ผ่องใสเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ แต่ในความเป็นจริงอาจจะปฏิบัติได้ยากและมักจะละเลยกัน ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรได้รับ เพราะจะช่วยทำให้ตรวจพบความผิดปกติบางอย่างที่แอบแฝงอยู่ในร่างกาย เพื่อจะได้กระตุ้นเตือนให้ดูแลรักษา และป้องกันตนเองเสียก่อนที่จะเป็นโรค

การตรวจสุขภาพเราควรจะตรวจเมื่อไร

เป็นคำถามที่หลายคนอยากทราบกันมากทีเดียว โดยปกติหากไม่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย มนุษย์เราทุกคนก็ควรได้รับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง โดยรายละเอียดของการตรวจนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงอายุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ของแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากประวัติโรคต่างๆ ของบุคคลในครอบครัวและอาการผิดปกติของแต่ละบุคคลหรือความผิดปกติที่เคยตรวจพบในอดีต

การเตรียมตัวเพื่อเข้ารับบริการ "ตรวจสุขภาพ"

  • การเจาะเลือด 
    • หากมีการตรวจระดับน้ำตาลหรือระดับไขมันควรงดอาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นน้ำเปล่า) อย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง ก่อนเจาะเลือด
    • ควรสวมเสื้อแขนสั้นหรือแขนยาวที่สามารถพับข้อศอกได้
    • ไม่ควรวิตกหรือกลัวการเจาะเลือดเพราะปริมาณเลือดที่เจาะนั้นจำนวนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณเลือดทั้งหมด และการเจาะเลือดจะใช้อุปกรณ์ที่ปราศจากเชื้อเทคนิคที่สะอาด ดังนั้นจึงไม่ควรวิตกใดๆ ทั้งสิ้น
  • การเก็บปัสสาวะ ควรปัสสาวะทิ้งในช่วงแรกและเก็บปัสสาวะในช่วงกลางใส่ไว้ในภาชนะที่เตรียมไว้ประมาณ 50 ซี.ซี. (ครึ่งหนึ่งของภาชนะ) ปิดฝาให้มิดชิด
  • การเอกซ์เรย์ (X– Ray)
    • ชาย ควรถอดเสื้อและเครื่องประดับเช่น สายสร้อยออกก่อน
    • หญิง ควรถอดเสื้อชั้นในและเครื่องประดับออกก่อน ควรสวมเสื้อที่เตรียมไว้
      หมายเหตุ สตรีที่ประจำเดือนขาดควรแจ้งเจ้าหน้าที่เอกซเรย์ก่อนตรวจ
  • การตรวจคลื่นหัวใจ (EKG) อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ควรสวมเสื้อที่สามารถถอดกระดุมหน้าได้สะดวก
  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์ (PE) เป็นการตรวจร่างกายโดยแพทย์ เพื่อสอบถามประวัติการเจ็บป่วยและให้คำแนะนำ โดยผู้รับบริการสามารถสอบถามและขอคำปรึกษาได้

ข้อแนะนำหลังการเจาะเลือด

  1. ควรกดตำแหน่งที่เจาะเลือดไว้ประมาณ 1-3 นาที เพื่อให้เลือดหยุด
  2. ห้ามนวดหรือขยี้ตรงบริเวณที่เจาะเลือด เพราะจะทำให้การแข็งตัวของเลือดช้าลง
  3. หากบริเวณที่เจาะเลือดบวม ให้ประคบเย็นในช่วง 24 ชั่งโมงและวันต่อไปประคบร้อนเพื่อลดบวมและช่วยให้รอยช้ำหายเร็วขึ้น
  4. หากมีอาการใจสั่น เวียนศีรษะ หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เจาะเลือดและนั่งพักจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  5. ผู้ที่มีประวัติเลือดแข็งตัวช้าควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนรับการเจาะเลือด

เราตรวจอะไรบ้างในการตรวจสุขภาพประจำปี

  • CBC ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดได้แก่ ความเข้มข้นของเลือดเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด
  • Urinalysis ตรวจปัสสาวะเพื่อหาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ
  • Chest X- Ray ตรวจหาความผิดปกติของปอดและหัวใจ
  • EKG ตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ การเต้นของหัวใจ เป็นต้น
  • Physical Examination เป็นการตรวจร่างกายโดยแพทย์ เพื่อสอบถามประวัติการเจ็บป่วยและให้คำแนะนำ โดยผู้รับบริการสามารถสอบถามและขอคำปรึกษาได้

การตรวจทางชีวเคมี

  • Sugar เป็นการตรวจหาสภาวะของโรคเบาหวาน
  • BUN และ Creatinine เป็นการตรวจหาความผิดปกติของไต
  • Cholesterol เป็นสารที่ได้จากอาหารที่เป็นผลิตผลของสัตว์เช่น เนื้อ สัตว์ นม ไข่แดง ใช้วัดความผิดปกติของไขมันในเลือดและบอกถึงอัตราเสี่ยงสำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
  • Triglyceride เป็นไขมันอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งมีอยู่ใน 90% ของปริมาณอาหารที่บริโภคเป็นตัวบอกถึงความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
  • HDL เป็นไขมันตัวดี ทำหน้าที่นำ Cholesterol ออกจากกระแสเลือดไปทำลายที่ตับ สามารถเพิ่มปริมาณได้โดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
  • LDL เป็นไขมันตัวไม่ดีทำให้เกิดการสะสมของ Cholesterol ในกระแสเลือด
  • Uric Acid เป็นสารที่ได้จากการแตกตัวของ Nucleic Acid ซึ่งเป็นผลิตผลของสาร Purine ที่มีอยู่มากในสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ปกติจะขับออกจากร่างกายทางไต 2 ส่วนและทางอุจจาระ 2 ส่วน ใช้ในการตรวจถึงภาวะของโรคเก๊าท์ ข้ออักเสบ นิ่วที่กรวยไต โรคไตวาย
  • SGPT และ SGOT ใช้ตรวจหาความผิดปกติของตับ

ขั้นตอนการรับบริการ

  • การลงทะเบียนด้วยระบบ Barcode
  • ชั่งน้ำหนัก แจ้งส่วนสูง
  • วัดความดัน
  • เก็บปัสสาวะ
  • เจาะเลือด

4 ขั้นตอนหลังการลงทะเบียนสามารถใช้บริการจัดจุดใดก่อนก็ได้