ประวัติโรงพยาบาล พันธกิจ วิสัยทัศน์ การรับรองคุณภาพ สิทธิผู้ป่วย
ทันตกรรมเด็ก วัคซีนสำหรับลูกน้อย วัยทอง คลอดเหมาจ่าย ศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความงาม ตรวจระบบทางเดินอาหารด้วยการส่องกล้อง ผิวสวย หน้าใส วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก โรคข้อ กระดูก ฝั่งเข็มราคาประหยัด

แผนที่
ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน (Appendicitis)

ไส้ติ่ง เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายที่ยื่นออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนต้น มีลักษณะเป็น ถุงคล้ายนิ้วมือ อยู่ส่วนล่างด้านขวาของช่องท้อง
ไส้ติ่งอักเสบ มีสาเหตุมาจากการอุดตันภายในรูของไส้ติ่ง เช่นเศษอาหาร อุจจาระ พยาธิ ตกลงไปทำให้มีการติดเชื้อแล้วมีการอักเสบขึ้น


อาการ
1. ไส้ติ่งอักเสบแบบเฉียบพลัน (Acute Appendicitis) อาการจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปเริ่มแรกผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องรอบๆสะดือและกระจายไปทั่วท้อง อาจปวดชั่วครู่หรือเป็นชั่วโมงก็ได้ อาจมีไข้หรือไม่มี ถ้าไข้สูง จะบอกถึงความรุนแรงของโรค อาการปวดท้องจะย้ายไปปวดท้องด้านขวาและกดเจ็บ บางรายมีอาการคลื่นไส้อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้
2. มีอาการปวดท้องมาก เริ่มแรกอาจปวดเป็นพักๆรอบสะดือ คล้ายโรคกระเพาะ หรือจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ อากากปวดท้องถึงแม้รับประทานยาแก้ปวดก็ไม่หายเพียงแต่ทุเลาชั่วคราว อีก 3-4 ชั่วโมง อาการปวดจะย้ายมาที่ท้องน้อยข้างขวา ลักษณะปวดเสียดตลอดเวลา ต้องนอนนิ่งๆ การเคลื่อนไหวตัวจะทำให้ปวดมาก บางรายต้องนอนตะแคง งอขา หรือเดินตัวงอจึงรู้สึกสบาย
3. ระยะเวลาปวดอาจเป็นชั่วโมงถึงหลายวัน บางคนอาจมีอาการปวดท้องน้อยด้านขวา โดยไม่มีอาการอื่นนำมาก่อนก็ได้


การรักษา
ไส้ติ่งอักเสบอย่างเฉียบพลัน จะต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน โดยตัดไส้ติ่งออก แต่ถ้าไส้ติ่งแตกและมีก้อนฝีหนองขังจะต้องใส่สายยาง เพื่อระบายหนองออก


อาการแทรกซ้อน
ไส้ติ่งอักเสบหากไม่ได้รับการรักษาทันที จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นคือ
เยื่อบุช่องท้องอักเสบ
ไส้ติ่งแตกเป็นก้อนฝีหนอง


ข้อควรสังเกต
หากสงสัยว่ามีอาการไส้ติ่งอักเสบ ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัด การปล่อยไว้หลายวันจนไส้ติ่งแตก ทำให้เกิดความยุ่งยากในการรักษา
ถ้าผู้ป่วยมีอาการท้องผูก ห้ามสวนอุจจาระหรือใช้ยาระบาย เพราะจะทำให้ไส้ติ่งแตกได้
อาการปวดท้องเหนือบริเวณสะดือ คล้ายโรคกระเพาะ ถ้ารับประทานยาแล้วไม่ดีขึ้น อาจเป็นระยะแรกของไส้ติ่งอักเสบได้


การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด
เมื่อรู้สึกตัวหลังผ่าตัด ให้เริ่มขยับพลิกตะแคงตัวบนเตียงได้ วันต่อมาจึงค่อยๆลุกนั่งบนเตียง ถ้าไม่มีอาการเวียนศีรษะ ให้ลองยืนที่เตียง และเดินรอบๆเตียงตามลำดับเพื่อให้กระเพาะอาหาร ลำไส้ทำงานได้ดี ป้องกันอาการท้องอืดแน่นท้อง ซึ่งจะมีผลต่อแผลผ่าตัด ทำให้แผลเจ็บตึงและแผลติดช้าได้
หายใจเข้าออกลึกๆยาวๆเป็นพักๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และป้องกันภาวะแทรกซ้อนของปอด
ไอให้ถูกวิธี เพื่อช่วยให้ปอดขยายตัวเต็มที่ โดยหายใจเข้าลึกๆ แล้วกลั้นไว้ 1-2 วินาที พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างประคองแผลไว้แล้วจึงไอออกมา
เมื่อแพทย์ตรวจดูแล้วพบว่ากระเพาะอาหารและลำไส้เริ่มทำงาน แพทย์จะอนุญาตให้เริ่มจิบน้ำได้ หลังจากนั้นถ้าไม่มีอาการท้องอืด แน่นท้อง แพทย์จะให้เริ่มรับประทานอาหารอ่อนต่อไป
ควรดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น จิบน้ำบ่อยๆเพื่อละลายเสมหะในคอที่เกิดจากการดมยาสลบในห้องผ่าตัด และช่วยในการขับถ่ายให้เป็นปกติ
ประมาณ 7 วันหลังผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาตัดไหม ในรายที่ยังไม่ได้เย็บแผลจำเป็นต้องทำแผลทุกวัน ระหว่างที่ยังไม่ได้ตัดไหมให้ระมัดระวังอย่าให้แผลเปียกน้ำ จะทำให้แผลอักเสบเกิดติดเชื้อได้ง่ายในระยะ 1-2 เดือนแรก หลังผ่าตัดอาจมีอาการเจ็บเสียวที่แผลเป็นครั้งคราวแล้วหายไปเองได้ ไม่ถือเป็นอาการผิดปกติ
การทำงานและการออกกำลังกาย งดการทำงานหนัก เช่นการยกของหนัก หิ้วน้ำ โดยเฉพาะในระยะ 1-11/2 เดือน หลังการผ่าตัด
ภาวะแทรกซ้อนหรืออาการผิดปกติที่ต้องมาโรงพยาบาลคือ มีไข้ ปวดท้องรุนแรง ปวดท้องเป็นพักๆ แผลผ่าตัดอักเสบบวมแดง มีหนอง หรือแผลผ่าตัดเป็นรอยแยก


คลินิกศัลยกรรม
โรงพยาบาลมิชชั่นให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ทั่วไปและและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

เปิดให้บริการ
ทุกวันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี เวลา 08.00 – 16.00 น.
วันศุกร์ เวลา 08.00 – 12.00 น.
กรณีฉุกเฉินให้บริการ 24 ชั่วโมงทุกวัน