ประวัติโรงพยาบาล
ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2480 นายแพทย์ราล์ฟวอดแดลและอาจารย์ริตซ์ พร้อมด้วยภรรยาของท่านทั้งสองได้ตกลงใจเช้าตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 56 ถนนไมตรีจิต ใกล้ห้าแยกพลับพลาไชย เพื่อทำเป็นคลีนิคใช้เวลาตกแต่งจัดหาอุปกรณ์ เสื้อผ้าและสิ่งจำเป็นต่างๆ ประมาณ 2 เดือน ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2480 บางกอกมิชชั่นคลีนิคก็ได้เริ่มเปิดทำการโดยมีแผนกผู้ป่วยนอกและเตียงรับผู้ป่วยในจำนวน 12 เตียง มีผู้ร่วมปฏิบัติงาน คือ นายแพทย์ ราล์ฟ วอดแดล อาจารย์ เอ.พี. ริตซ์ และภรรยานายเปล่ง วิเทียมลักษณ์ ผู้ซึ่งได้รับบัพติสมาเป็นคริสเตียนในระยะแรกและ อาจารย์ กอน วุ่ย เหลียง เป็นผู้ปฏิบัติงาน ในวันแรกที่เปิดทำการมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา 13 คน
 |
|
เมื่อคลีนิคเริ่มเป็นที่รู้จัก ได้มีจำนวนผู้เข้ามารับบริการเพิ่มขึ้นมาก จึงมีความจำเป็นต้องขยายงาน โดยได้ขอเช่าตึกติดกันนั้นต่อออกไป เพื่อให้มีเนื้อที่มากขึ้น สามารถรับผู้ป่วยในได้เป็น 50 เตียง และมีเตียงเสริมอีก 5 เตียง ขณะเดียวกัน ทางด้านกายภาพบำบัดได้มีผู้เข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก
ในปี 2483 คลีนิคได้เช่าตึกที่ถนนพิษณุโลกเพื่อเพิ่มแผนกผู้ป่วยในอีก 30 เตียงทำให้มีเตียงรับผู้ป่วยในทั้งสิ้น 80 เตียง ขณะเดียวกันก็ได้มีบุคลากรเพิ่มขึ้นทั้งแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่น ในปีนี้ มิสรูธ มันโร นายแพทย์จอร์ช อินโนเซนต์ นายแพทย์โดนัลด์ ลา ทอเรตต์ นายแพทย์เก็ชกี้และครอบครัวของท่านเหล่านี้ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย
เนื่องจากมีจำนวนผู้ป่วยมาก ทำให้ต้องการบุคลากรด้านการพยาบาลเพิ่มขึ้น เพื่อสนองความต้องการนี้ มิสมันโร จึงได้วางแผนเปิดโรงเรียนพยาบาลขึ้นในปี 2484 ใช้หลักสูตรตามแบบสหรัฐอเมริกา และ มาตรฐาน ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมิสซิสวอดแดล และ มิสมันโร ได้ดำเนินเรื่องขออนุญาตจัดตั้งรับนักเรียนพยาบาลรุ่นแรกจำนวน 26 คน ภายหลังพิธีรับหมวกของนักเรียนพยาบาลรุ่นนี้ได้ไม่นาน สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้น โรงเรียนพยาบาลจำเป็นต้องปิดลง บรรดามิชชันนารีชาวอเมริกันที่ปฏิบัติงานอยู่ที่มิชชั่นคลีนิคต้องถูกเก็บตัวอยู่ในค่ายกักกันเชลยสงครามระยะหนึ่ง นอกจากครอบครัวของ นายแพทย์ราล์ฟ วอดแดล ซึ่งเดินทางกลับไปเยี่ยมภูมิลำเนาก่อนหน้านั้นไม่นาน
|