รู้ไว้ ก่อนไปทำเลสิก
แพทย์หญิงยุพิน ลีละชัยกุล
จักษุแพทย์ผู้เชี่ยว...
รู้ไว้ ก่อนไปทำเลสิก
แพทย์หญิงยุพิน ลีละชัยกุล
จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต้อหินและต้อกระจก
โรงพยาบาลมิชชั่น
สำหรับคุณที่มีสายตาผิดปกติ ต้องสวมแว่นหรือคอนแทคเลนส์จึงจะมองเห็นได้ชัดเจน คงมีบางครั้งกระมัง ที่จินตนาการถึงวันที่ตื่นเช้ามาแล้ว สามารถมองเห็นนาฬิกาที่แขวนอยุ่บนผนังได้ทันที โดยไม่ต้องคว้าแว่นมาสวม หรือจินตนาการว่าสามารถว่ายน้ำหรือดำน้ำโดยที่มองเห็นสิ่งรอบตัวได้ชัดเจนเป็นธรรมชาติ บางคนเบื่อหน่ายกับขั้นตอนการดูแลทำความสะอาดคอนแทคเลนส์อยู่บ่อยๆ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางจักษุวิทยาในปัจจุบัน ทางออกใหม่ๆและดีกว่าย่อมเกิดขึ้นเสมอ เช่น การทำ Lasik ที่กำลังฮิตกันในปัจจุบัน
เลสิก (LASIK) คืออะไร
เลสิก หรือ LASIK ย่อมาจาก Laser in Situ Keratomileusis เป็นชื่อของการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ผิดปกติวิธีหนึ่ง ทำโดยการเปิดกระจกตา (Cornea) ด้านผิวบนออก แล้วใช้ลำแสงเลเซอร์ปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตา ในชั้นลึกลงไปตามที่จักษุแพทย์คำนวนไว้แล้ว จากนั้นปิดแผ่นกระจกตาที่เปิดไว้กลับลงดังเดิม เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเหมือนเวลาที่สวมแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์อยู่ เพื่อความเข้าใจแจ่มแจ้งก็ควรทราบภาวะสายตาทั้งทีปกติและผิดปกติกันก่อนว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง
สายตาปกติ (Normal eye sight)
การมองเห็นของคนสายตาปกติเกิดขึ้นจากการที่แสงจากวัตถุผ่านกระจกตา (Cornea) และเลนส์แก้วตา (Lens) ซึ่งมีกำลังในการหักเหแสงที่เหมาะสมกับความยาวของลูกตา แสงนั้นจึงไปตกพอดี (Focus) บนจอประสาทตา (Retina) จอประสาทตาจะรับภาพนั้นแล้วเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของคลื่นไฟฟ้าส่งไปยังสมองเพื่อประมวลเป็นภาพที่เรามองเห็น ถ้าภาพที่ชัดเจนตกลงพอดีบนจอประสาทตา เราจะเห็นภาพนั้นได้คมชัด ถ้ากำลังการหักเหแสงของลูกตาไม่สมดุลกับความยาวของลูกตาก็จะเกิดภาวะสายตาผิดปกติขึ้น
วิธีการแก้ไขภาวะสายตาที่ผิดปกติ
หลักการแก้ไขสายตาที่ผิดปกติ คือต้องทำการปรับกำลังในการหักเหแสงทั้งหมดให้พอเหมาะกับความยาวของลูกตา ซึ่งอาจทำใด้หลายวิธี ได้แก่
-การสวมแว่นสายตา เป็นวิธีที่แพร่หลายทั่วไปและมีความปลอดภัยสูงสุด แต่ก็ยังมีคนอยู่มากมายที่แว่นสายตาไม่ใช่คำตอบของปัญหาสายตา คนเหล่านี้ไม่สามารถใช้แว่นสายตาได้ ด้วยสาเหตุต่างๆเช่น ระดับความผิดปกติของสายตาในดวงตาทั้ง 2 ข้าง แตกต่างกันมาก ซึ่งเมื่อสวมแว่นตาแล้วจะเห็นภาพซ้อนและมึนงงได้ นอกจากนี้ยังมีคนในบางสาขาอาชีพที่ไม่สามารถใช้แว่นสายตาในระหว่างที่ทำงาน หรือผู้ที่ชื่นชอบกีฬาบางประเภท แว่นสายตาจะทำให้ขาดความคล่องตัวไปอย่างมากได้
-การใช้คอนแทคเลนส์ หรือเลนส์สัมผัส ทำให้หมดปัญหากับกรอบแว่นที่เกะกะ สามารถให้ภาพที่เป็นธรรมชาติมากกว่า รวมทั้งยังคล่องตัวกว่าการสวมแว่นสายตาด้วย จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้แก้ไขภาวะสายตาผิดปกติที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และมีความปลอดภัยพอสมควร ตราบเท่าที่ผู้ใช้ปฎิบัติตามวิธีการดูแลทำความสะอาดคอนแทคเลนส์อย่างถูกต้องและเคร่งครัดโดยสม่ำเสมอ แต่บางคนก็ไม่สามารถใช้คอนแทคเลนส์ได้เนื่องจากมีภาวะตาแห้ง (Dryeye) หรือมีปัญหาการแพ้คราบโปรตีนรวมทั้งน้ำยาทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ หรือ ไม่สามารถใช้คอนแทคเลนส์ในขณะที่ทำกิจกรรมกีฬาสันทนาการบางประเภท เช่น ว่ายน้ำ ดำน้ำ เป็นต้น
-การผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ (Refractivesurgery) เป็นการปรับเปลี่ยนกำลังในการหักเหแสง โดยการเปลี่ยนความโค้งของกระจกตา (Cornea) วิธีการนี้พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกหรือไม่สามารถสวมแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ ซึ่งการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตานี้ อาศัยการใช้ลำแสงเลเซอร์ชนิดพิเศษ่ คือ Excimer laser เข้ามาช่วย Excimer laser เป็นเลเซอร์ที่มีคลื่นความถี่ 193 นาโนเมตร สามารถทำปฎิกิริยากับเนื้อเยื่อเฉพาะพื้นผิวที่สัมผัส โดยไม่มีผลกระทบต่อเซลล์ข้างเคียง และจะไม่ผ่านกระจกตาเข้าไปในดวงตาโดยเด็ดขาด ซึ่งเทคนิควิธีการในการใช้ Excimer laser สำหรับแก้ไขสายตาผิดปกตินั้นมีหลายวิธี เลสิก (Lasik) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด
เลสิก (LASIK) แก้ไขสายตาผิดปกติได้อย่างไร
เลสิก คือ วิธีผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ผิดปกติทั้งสายตาสั้น (Myopia) สายตายาว (Hyperopia) และสายตาเอียง (Astigmatism) ที่อาศัยเครื่องมือสำหรับแยกชั้นกระจกตา (Cornea) ซึ่งเรียกว่า Microkeratome ที่มีความประณีตแม่นยำ ทำการแยกชั้นกระจกตาด้านผิวบนออกให้มีความหนาราว 1/3 ของความหนากระจกตาทั้งหมด หรือประมาณ 1.6 มิลลิเมตร ซึ่งกระจกตาส่วนที่เปิดขึ้นนี้จะมีขั้วติดอยู่คล้ายบานพับที่ด้านหนึ่ง แล้วจักษุแพทย์จะใช้ Excimer laser ปรับเปลี่ยนความโค้งกระจกตาที่เนื้อเยื่อกระจกตาส่วนลึกลงไป ในปริมาณที่สัมพันธ์กับขนาดของสายตาผิดปกติที่ต้องการแก้ไขตามที่ได้คำนวณไว้ ในภาวะสายตาสั้นเลเซอร์จะปรับลดความโค้งของกระจกตาส่วนกลางลง ส่วนในกรณีสายตายาว (Hyperopia) จะใช้เลเซอร์ปรับเพิ่มความโค้งของกระจกตาส่วนกลาง และในกรณีสายตาเอียงจะใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาให้สม่ำเสมอ เมื่อปรับเปลี่ยนความโค้งโดยเลเซอร์เป็นที่เรียบร้อย จักษุแพทย์จะปิดกระจกตาที่เปิดไว้ลงในตำแหน่งเดิมโดยไม่จำเป็นต้องเย็บแผล เนื่องจากเนื้อเยื่อกระจกตาส่วนบนจะยึดติดและสมานตัวกับกระจกตาส่วนลึกลงไปได้เองตามธรรมชาติ ทำให้กระจกตามีความโค้งใหม่ที่กำลังการหักเหแสงพอเหมาะกับความยาวของลูกตาแสงที่ตกบนจอประสาทตาจึงโฟกัสพอดีได้ภาพที่ชัดเจน
ทราบได้อย่างไรว่าทำเลสิกได้หรือไม่
คำถามนี้ จักษุแพทย์จะเป็นผู้ตอบหลังจากที่ได้ทำการตรวจสภาพดวงตาของคุณโดยละเอียดแล้ว ซึ่งการตรวจที่สำคัญได้แก่ การตรวจสภาพของกระจกตาและดวงตาโดยใช้กล้องขยายพิเศษสำหรับดวงตา (Slitamp) การตรวจแผนภูมิความโค้งของกระจกตา (Corneal topography) การวัดความหนาทั้งหมดของกระจกตา (Pachymetry) การวัดสายตาเพื่อให้ได้ค่าความผิดปกติของสายตาที่ถูกต้องแม่นยำรวมทั้งทำการหยอดยาขยายรูม่านตาเพื่อตรวจจอประสาทตาด้วย
โดยทั่วไปแล้วผู้ที่สนใจจะรับการรักษาโดยวิธีเลสิก ควรจะ...
* มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และมีระดับสายตาคงที่แล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกำลังของเลนส์แว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์มาอย่างน้อย 1 ปี
* มีปัญหาหรือข้อจำกัดในการใช้แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์อันเนื่องจากสุขภาพตา การประกอบอาชีพ หรือกิจกรรมการสันทนาการต่างๆ
*ไม่มีโรคของกระจกตาหรือดวงตาใดๆ ที่จะมีผลต่อกลไกการสมานแผลของกระจกตา เช่น โรค SLE หรือภาวะตาแห้งที่รุนแรง คนที่เป็นเบาหวานทำได้ หากคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้ว
* ไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
* มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถ่องแท้ และมีความคาดหวังที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลของการทำเลสิก
นอกจากนี้ยังควรเข้าใจว่าผลของการรักษาโดยวิธีเลสิกในแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือระดับความผิดปกติของสายตาก่อนการรักษา และกลไกการสมานแผลของกระจกตาในแต่ละคน จักษุแพทย์ผู้ทำการรักษาเท่านั้นที่จะให้ความกระจ่างแก่คุณได้
เตรียมตัวอย่างไรถ้าจะทำเลสิก ?
ต้องไปรับการตรวจสภาพตาโดยละเอียดจากจักษุแพทย์ก่อน เพื่อดูว่าดวงตาของคุณอยู่ในสภาพที่เหมาะสมจะทำการผ่าตัดหรือไม่ โดยคนที่ใช้คอนแทคเลนส์อยู่จะต้องงดใช้เลนส์อย่างน้อย 3 วัน ถ้าเป็นเลนส์ขนิดนิ่ม (Soft lens) และงดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ถ้าเป็นเลนส์ชนิดแข็ง (Hard lens) แล้วสวมแว่นสายตาแทน เพื่อให้เวลาแก่กระจกตาในการคืนรูปร่างตามธรรมชาติ ผลการตรวจวัดสายตาและแผนภูมิความโค้งของกระจกตา รวมทั้งความหนาของกระจกตา จึงจะถูกต้องแม่นยำ
แม้ว่าเทคโลโลยีการแพทย์จะก้าวหน้าเพียงไหนก็ตาม คนที่มีสายตาปกติก็นับว่ายังโชคดีกว่าหลายเท่านัก ดวงตาของคุณมีเพียงคู่เดียวในชีวิตนะคะ ต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุดค่ะ
Read more...